ติดตามพฤติกรรมการเข้าชมของผู้ใช้ วัดผลและปรับปรุงประสิทธิภาพ

2021-04-15 08:51:47 UTC 2026-03-17 07:42:59 UTC

analytics.jpeg

คู่มือมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถึงมือผู้ใช้งาน

คู่มือที่สร้างขึ้นอย่างตั้งใจและใช้เวลานาน แม้จะสร้างเสร็จแล้ว แต่หากไม่ทราบว่ามีคนเปิดดูหรือไม่ ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ใช้งานนำไปใช้ประโยชน์จริงหรือเปล่า คู่มือที่สร้างขึ้นจะแสดงคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อถึงมือผู้ใช้งานเท่านั้น

เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานนำไปใช้ประโยชน์ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการติดตามสถานะการเข้าดู

การวัดผลและการปรับปรุงที่เหมาะสมทำได้ก็ต่อเมื่อเข้าใจสถานะการเข้าดู

มาดูกันว่าการติดตามสถานะการเข้าดูสามารถทำให้เกิดอะไรได้บ้าง จากมุมมองของ 3 กลุ่ม ได้แก่ "ผู้ดูแลระบบ · ผู้สร้างคู่มือ · ผู้มีอำนาจตัดสินใจ"

1. ประโยชน์สำหรับผู้ดูแลระบบ: สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้งาน

การตรวจสอบว่าใครดูคู่มือใดบ้าง และมีการเข้าดูมากน้อยแค่ไหน (หรือไม่ได้ดูเลย) ช่วยให้สามารถระบุปัจจัยและพิจารณามาตรการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของคู่มือได้

2. ประโยชน์สำหรับผู้สร้างคู่มือ: เพิ่มแรงจูงใจในการสร้างคู่มือ

ผู้สร้างคู่มือทุ่มเทเวลาในการสร้างคู่มือ การสามารถเห็นตัวเลขที่แสดงถึงคุณูปการของคู่มือที่ตนสร้างขึ้น จะกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างและแก้ไขคู่มือ อีกทั้งการแสดงผลลัพธ์เป็นตัวเลขยังช่วยให้จัดสรรเวลาสำหรับการสร้างคู่มือได้ง่ายขึ้นด้วย

3. ประโยชน์สำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจ: สามารถตัดสินใจต่อสัญญา Teachme Biz

หลังจากนำ Teachme Biz มาใช้งานในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะมีโอกาสที่ต้องรายงานสถานะการใช้งานต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจ การติดตามสถานะการเข้าดูและส่งเสริมการใช้งานในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การตัดสินใจต่อสัญญาเป็นไปอย่างเหมาะสมและราบรื่น

ดังที่กล่าวมา การทำให้ "สถานะการเข้าดู" มองเห็นได้ในฐานะ KPI เพื่อประเมินว่าคู่มือถูกนำไปใช้งานอย่างจริงจังหรือไม่นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในทางกลับกัน ไม่ว่าจะสร้างคู่มือที่ดีเพียงใด หากไม่มีคนเข้าดู ก็ไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้

ทีนี้มาดูวิธีการติดตามสถานะการเข้าดูอย่างเป็นรูปธรรมกัน

3 วิธีในการติดตามสถานะการเข้าดู

1. ใช้ "Report" เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มสถานะการเข้าดูในภาพรวมและระดับโฟลเดอร์

การใช้ฟีเจอร์ "Report" ของ Teachme Biz ช่วยให้สามารถตรวจสอบแนวโน้มจำนวนการเข้าดูในช่วงเวลาที่เลือก ไม่ว่าจะเป็นทุกโฟลเดอร์หรือแยกตามโฟลเดอร์ได้

ดูวิธีการใช้งานได้ที่นี่

เช็ครายงานการเข้าดูคู่มือด้วย Report Function (Web Browser)

ตัวอย่างเช่น การดูจำนวนการเข้าดูรายวันแบบนี้ ช่วยให้กำหนดเกณฑ์จำนวนการเข้าดูในแต่ละวันได้

https://docs.google.com/presentation/d/1RWjgZSnMWwawufUCzTdyXPCVSdFPWGc0vZQs6ulWpj0/edit?slide=id.g3d07da64c04_0_0#slide=id.g3d07da64c04_0_0

ตัวอย่างข้างต้นเป็นกรณีจริงของบริษัทเรา ซึ่งมีผู้ใช้งานประมาณ 100 คน จึงประมาณได้ว่าจำนวนการเข้าดูต่อวันอยู่ที่ประมาณ 8 ครั้ง/คน ในเดือนมีนาคม และ 10 ครั้ง/คน ในเดือนเมษายน

ในช่วงที่เพิ่งนำ Teachme Biz มาใช้งาน สามารถติดตามแนวโน้มรายวัน/รายสัปดาห์ และประเมินสถานะการปรับตัวได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ หากผ่านการใช้งานมาแล้วกว่าครึ่งปี การดูแนวโน้มการเข้าดูรายเดือนตลอดหนึ่งปี ช่วยให้เข้าใจทิศทางการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนการเข้าดู และตรวจสอบได้ว่าวัฒนธรรมการอ่านคู่มือผ่าน Teachme Biz ได้หยั่งรากในระยะกลางถึงระยะยาวหรือไม่

https://docs.google.com/presentation/d/1HZuVpoKTTwtuo7ajyZKhZeRKlU76UR-gS-zclf3XuTY/edit?slide=id.g3d0419181ef_0_0#slide=id.g3d0419181ef_0_0

หากจำนวนการเข้าดูมีเสถียรภาพหรือเพิ่มขึ้นอย่างข้างต้น ถือว่าไม่มีปัญหา แต่หากจำนวนการเข้าดูมีแนวโน้มลดลง ถือเป็นสัญญาณเตือน

ตัวอย่างข้างต้นวิเคราะห์จาก "ทุกโฟลเดอร์" แต่หากมีการแบ่งโฟลเดอร์ตามประเภทงานหรือแผนก สามารถติดตามสถานะการเข้าดูแยกรายโฟลเดอร์ได้โดยใช้ "เลือกโฟลเดอร์"

เมื่อดูโฟลเดอร์ของฝ่าย Customer Success และฝ่ายขายของบริษัทเรา จะเห็นได้ว่าสถานะการปรับตัวและการใช้งานแตกต่างกัน

https://docs.google.com/presentation/d/1HAfJC0emaNchhgB5uzSkOoDfIZaBeCM4s8nZrFLNx_I/edit?slide=id.p#slide=id.p

https://docs.google.com/presentation/d/1QHmomt26dIxJcEuOvPzWvU8u4GqAw9O7Un5xfTqCfaI/edit?slide=id.g3d03ec5acfc_0_20#slide=id.g3d03ec5acfc_0_20

หากกำลังพัฒนาคู่มือสำหรับโฟลเดอร์เฉพาะ (แผนกหรืองาน) สามารถตรวจสอบสถานะการปรับตัวได้อย่างสะดวกตามขั้นตอนนี้

2. ส่งออกรายการคู่มือเป็น CSV เพื่อตรวจสอบสถานะการเข้าดูในระดับคู่มือรายชิ้น

การส่งออกรายการคู่มือเป็น CSV ช่วยให้ตรวจสอบจำนวนการเข้าดูสะสมของแต่ละคู่มือ รวมถึงจำนวนการเข้าดูในช่วง 1 เดือน · 3 เดือน · 6 เดือน · 1 ปีล่าสุดได้

วิธีดาวน์โหลดรายการคู่มือ (Web Browser)

https://storage.googleapis.com/studist-help-center-media/Teachme%20Biz/viewers2.jpg

ตัวอย่างเช่น จากภาพด้านบน สามารถดึงข้อมูลคู่มือที่มีจำนวนการเข้าดูน้อยจาก CSV รายการคู่มือได้

หากคู่มือที่สร้างมาหลายเดือนแล้วมีจำนวนการเข้าดูน้อย อาจเป็นไปได้ว่าผู้ใช้งานในพื้นที่ยังไม่ได้นำไปใช้งาน

※ อย่างไรก็ตาม แม้คู่มือบางชิ้นจะมีจำนวนการเข้าดูน้อยกว่าคู่มืออื่นในเชิงเปรียบเทียบ แต่หากคู่มือนั้นมีกลุ่มเป้าหมายหรือความถี่ในการใช้งานน้อยอยู่แล้ว ก็อาจถือได้ว่ามีการใช้งานอย่างเหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ ยังสามารถทำการวิเคราะห์หลากหลายรูปแบบโดยใช้ฟังก์ชัน Excel ได้อีกด้วย

3. ตรวจสอบสถานะการเข้าดูของคู่มือรายชิ้น

https://docs.google.com/presentation/d/1DUYvtK4s9EAT8iUV8mJHOSNVVSpEq5iH2V_LlJ33MPM/edit?slide=id.g3d04516988c_0_0#slide=id.g3d04516988c_0_0

ใน Teachme Biz สามารถดูแนวโน้มการเข้าดูของคู่มือรายชิ้น* ได้เช่นกัน

การดูแนวโน้มจำนวนการเข้าดูของแต่ละคู่มือ ช่วยให้วัดระดับการแพร่หลายของคู่มือที่สร้างใหม่หรืออัปเดตแล้วได้

โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการสร้างนิสัยการอ่านคู่มือผ่าน Teachme Biz

มาตรการที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการสร้างนิสัยการดูคู่มือผ่าน Teachme Biz คือการสร้าง "คอนเทนต์เด่น (Killer Content)"

คอนเทนต์เด่น (Killer Content) หมายถึงคอนเทนต์ที่มีแรงดึงดูดสูงเพื่อส่งเสริมการแพร่หลายในสาขาเฉพาะ

กล่าวคือ ในกรณีนี้

คู่มือที่คาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้าดูหรือความถี่ในการเข้าดูสูง คือคอนเทนต์เด่น เพื่อส่งเสริมการแพร่หลายของสาขาเฉพาะ (Teachme Biz)

คู่มือที่มีผู้เข้าดูจำนวนมาก เช่น คู่มือสำหรับงานที่พนักงานส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติ

การติดตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนการเข้าดูคอนเทนต์เด่น ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่านิสัยการดูคู่มือผ่าน Teachme Biz ได้หยั่งรากหรือยัง

https://docs.google.com/presentation/d/184c5qXvUhy1dpBooXPu0Y2XuhRcEjTFZSCy_XbQvLLo/edit?slide=id.g3d043b91e2f_2_57#slide=id.g3d043b91e2f_2_57

ตัวอย่างเช่น กรณีของบริษัทเราคือคู่มือ "วิธีการยื่นขออนุมัติการเดินทางในประเทศ"

พนักงานที่ต้องเดินทางไปพบลูกค้า เช่น ฝ่ายขาย จำเป็นต้องยื่นขออนุมัติและเบิกค่าใช้จ่ายทุกครั้งที่มีการเดินทางในประเทศ

เนื่องจากรายการที่ต้องกรอกในการยื่นขออนุมัติเปลี่ยนแปลงตามความถี่และรูปแบบการเดินทาง จึงมักต้องตรวจสอบคู่มือบ่อยครั้งเพื่อยืนยันข้อมูลที่ต้องกรอก

จากภาพด้านบน การดูแนวโน้มจำนวนการเข้าดูของแต่ละคู่มือ ช่วยวัดระดับการปรับตัวได้

แม้ในกรณีที่การเข้าดูยังไม่คืบหน้า ก็สามารถพิจารณาการดำเนินมาตรการปรับปรุงโดยอ้างอิงจากตัวเลขได้

https://storage.googleapis.com/studist-help-center-media/Teachme%20Biz/viewers1.jpg

จากรายงานนี้ สามารถตรวจสอบสถานะการอ่าน/ยังไม่ได้อ่าน และวันเวลาที่เข้าดูล่าสุดของผู้ใช้แต่ละราย จึงสามารถนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการติดต่อแต่ละบุคคลที่ยังไม่ได้เข้าดูได้

หากการเข้าดูคู่มือสำหรับ "งานที่มีกลุ่มเป้าหมายและความถี่สูง" เพิ่มขึ้น นิสัยการดูคู่มือผ่าน Teachme Biz ก็จะหยั่งรากลึกยิ่งขึ้น

ขั้นตอนถัดไปหลังจากเข้าใจสถานะการเข้าดูแล้ว

ทำความเข้าใจสถานะการใช้งานปัจจุบันในแต่ละด้าน แล้ววางมาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้งานคู่มือให้มากขึ้น

ระบุสาเหตุของสถานะการเข้าดู

สัมภาษณ์ทั้งผู้ที่มีความถี่การเข้าดูสูงและต่ำ หากมีจำนวนมาก ให้สัมภาษณ์กลุ่มที่มีความถี่สูงที่สุดและต่ำที่สุดกลุ่มละ 2-3 คน

[ตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์สำหรับผู้ที่มีความถี่การเข้าดูสูง]

  1. มักใช้คู่มือในสถานการณ์ใดบ้าง
  2. มีสิ่งที่ได้ประโยชน์จากการใช้คู่มือหรือไม่
  3. มีสิ่งที่ประสบปัญหาเมื่อใช้คู่มือหรือไม่

[ตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์สำหรับผู้ที่มีความถี่การเข้าดูต่ำ]

  1. ทราบวิธีการเข้าดูคู่มือหรือไม่
  2. ทราบหรือไม่ว่ามีคู่มือที่เกี่ยวข้องกับตนเองอยู่
  3. มีภาพในใจว่าจะนำคู่มือไปใช้ในสถานการณ์ใดบ้างหรือไม่

ในกรณีที่ความถี่การเข้าดูสูง การสัมภาษณ์เพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวการนำคู่มือไปใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยให้ยืนยันผลลัพธ์ของการใช้งานได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ การสอบถามถึงปัญหาที่พบ หากกลุ่มเป้าหมายสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้แล้ว ก็สามารถสะสมวิธีการรับมือไว้เป็นความรู้ขององค์กรได้

ในกรณีที่ความถี่การเข้าดูต่ำ ให้หาว่าปัญหา (หรือคอขวด) อยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเข้าดู ไม่รู้ว่ามีคู่มืออยู่ หรือมีความเข้าใจที่แตกต่างกันระหว่างวัตถุประสงค์การใช้งานคู่มือกับการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย

พิจารณาและดำเนินมาตรการรับมือ

เมื่อสัมภาษณ์เสร็จแล้ว ให้พิจารณามาตรการรับมือโดยคำนึงถึงสาเหตุที่ค้นพบ

ลองพิจารณาโดยยกตัวอย่างคำถามสัมภาษณ์สำหรับผู้ที่มีความถี่การเข้าดูต่ำ

ทราบวิธีการเข้าดูคู่มือหรือไม่

→ หากไม่ทราบหรือไม่เข้าใจวิธีการเข้าดู ให้แนะนำวิธีการเข้าสู่ระบบและวิธีการค้นหาคู่มือ พร้อมกันนั้น สิ่งสำคัญคือการจัดสภาพแวดล้อมให้สามารถเข้าดูได้ในระหว่างการทำงานประจำวัน ตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับดูคู่มือเมื่อต้องการหรือไม่

ทราบหรือไม่ว่ามีคู่มือที่เกี่ยวข้องกับตนเองอยู่

→ หากไม่รู้ว่ามีคู่มืออยู่ก็จะไม่คิดจะค้นหา มีมาตรการหลักอยู่ 2 ข้อ

ข้อแรก สร้างโอกาสในการแบ่งปันคู่มือที่สร้างขึ้น การแบ่งปันจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจและมุมมองที่ตรงกัน

ข้อสอง ลองนำ QR Code หรือ URL ของคู่มือไปฝังไว้ในกระบวนการทำงาน การวางไว้ในที่ที่มองเห็นได้ง่ายจะกระตุ้นให้อยากตรวจสอบแม้ว่าจะไม่เคยรู้มาก่อน

มีภาพในใจว่าจะนำคู่มือไปใช้ในสถานการณ์ใดบ้างหรือไม่

→ หากยังไม่มีภาพการใช้งาน ลองแบ่งปันตัวอย่างการใช้งานของผู้ที่มีความถี่การเข้าดูสูง การได้รู้วิธีการใช้งานของคนรอบข้างที่ใช้งานจริงจะช่วยให้เข้าใจวัตถุประสงค์และความสำคัญของการใช้คู่มือได้

สรุป

การติดตามสถานะการเข้าดูและตรวจสอบว่าคู่มือที่สร้างขึ้นถึงมือผู้ที่ต้องการอย่างถูกต้องหรือไม่ จะนำไปสู่การแพร่หลายและการปรับตัวในการใช้งานคู่มือ

เพื่อยกระดับสถานะการเข้าดู ควรสร้างโอกาสในการแบ่งปันประสิทธิภาพของการใช้งานคู่มือโดยอิงจากประสบการณ์จริงและสิ่งที่ได้จากการสัมภาษณ์อย่างกระตือรือร้น


ถามคำถามกับแชทบอต